fbpx

หลักความเชื่อและวัฒนธรรมการ เผาศพ ที่คนเป็นควรได้รู้

เผาศพ

การทำศพ เป็นวัฒนธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของคนเรา เป็นกิจกรรมสุดท้ายของผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นการทำเพื่อแสดงออกถึงการเสียชีวิตอย่างสมบูรณ์ โดยในทุกสังคม ทุกวัฒนธรรม ย่อมมีธรรมเนียมปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไปในเรื่องของการทำศพ อย่างเช่นในประเทศไทยก็จะมีธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันส่วนใหญ่นั้นก็คือ การเผาศพ เป็นความเชื่อและวัฒนธรรมที่ถูกปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน

ความเชื่อ การเผาศพ กับธรรมเนียมการปฏิบัติ

การเผาศพ เป็นการนำร่างของผู้เสียชีวิตนั้นไปทำลายโดยการใช้ไฟเผา โดยในปัจจุบันนั้นมีการใช้เตาที่ถูกผลิตขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่ตามวัดต่างจังหวัดนั้นยังมีการนำท่อนไม้มาวางเรียงกันเพื่อทำเป็นกองฟืนในการเผา หรือแม้กระทั้งการใช้เชิงตะกอนก็ยังมีให้เห็นอยู่ โดยการ เผาศพ นั้นจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ร่างของผู้เสียชีวิตก็จะไหม้จนหมด โดยจะนำเศษกระดูกหรืออัฐิ มาทำพิธีทางพุทธศาสนาต่อไป ส่วนในการวางดอกไม้จันทน์นั้น

ในสมัยก่อนจะมีการวางดอกไม้จันทน์เฉพาะในงานของราชวงษ์ไทยเท่านั้น เพราะดอกไม้จันทน์ถือเป็นของมีราคาสูง หาได้ยาก แต่ในปัจจุบันมีการนำดอกไม้จันทน์ที่ทำจำลองมาวางในพิธีเผาศพของบุคคลทั่วไปด้วย ถือเป็นการให้เกียรติแก่ผู้ที่เสียชีวิต

ในส่วนของความเชื่อของ การเผาศพ นั้นตามความเชื่อของชาวไทยพุทธเชื่อว่าจะทำให้ดวงวิญญาณนั้นไม่ผูกติดอยู่กับร่าง เพราะร่างกายนั้นได้ถูกเผาไปจดหมดแล้ว แตกต่างจากการนำไปฝังที่ถือว่าร่างกายนั้นยังอยู่ทำให้ดวงวิญญาณนั้นยังผูกติดไม่ไปไหน

 

หลักความจริงเรื่องการเผาศพ และการจัดการศพแบบต่าง ๆ

ในหลักความเป็นจริงแล้วการจัดการศพไม่ว่าจะทำในรูปแบบใด ก็ถือเป็นการแยกให้ร่างของผู้เสียชีวิตไปอยู่ในสัดส่วนที่จัดไว้ เพราะศพนั้นหากไม่จัดการให้ถูกวิธีแล้ว ย่อมเป็นบ่อเกิดของเชื้อโรค หรือ โรคติดต่อต่าง ๆ ตามมาได้ อย่างเช่นการนำไปเผาก็จะทำให้ร่างของผู้เสียชีวิตนั้นกลายเป็นฝุ่นผง ง่ายต่อการจัดการ หรือ อย่างการนำร่างไปฝังซึ่งจะการฝังก็จะต้องมีความลึกเพราะเป็นการกักกันเชื้อโรคขึ้นมาสู่ผิวดินได้

อย่างในประเทศทิเบตที่หนาวเย็นและอยู่ในภูมิประเทศที่เป็นภูเขาขุดฝังได้ยาก ต้นไม้น้อยหาฟืนได้ยาก ทั้งการเผาหรือฝังล้วนแต่สิ้นเปลืองทรัพยากร ธรรมเนียมการปฏิบัติก็จะแตกต่างกันออกไป โดยจะนำร่างของผู้เสียชีวิตมาตัดแบ่ง ทุบ และนำไปว่างให้นกแร้งกินแทน ซึ่งก็เป็นการปฏิบัติกันมาครั้งตั้งแต่อดีต

ในปัจจุบันมีการจัดการศพในรูปแบบใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำศพให้เป็นของเหลว แล้วนำไปปล่อยในระบบบำบัดน้ำเสีย หรือแม้กระทั่งนำร่างของผู้เสียชีวิตใส่ลงในแคปซูลพร้อมกับเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้เพื่อให้ร่างกายของเรานั้นกลายเป็นปุ๋ย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการใช้ร่างของเราให้เป็นประโยชน์ต่อไป

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็น การเผาศพ การฝังศพ หรือการจัดการศพในรูปแบบไหนก็ล้วนแต่เป็น การจัดการเพื่อหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบายของโรคติดต่อต่าง ๆ ที่สามารถเกิดจากศพได้ นอกจากนั้นยังเป็นการคืนร่างของเรากลับไปสู่ธรรมชาติอย่างถูกวิธีอีกด้วย

ความตายไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัวเพราะทุกคนล้วนต้องเผชิญ ดังนั้นหากเราสามารถเลือกจัดการกับร่างของตัวเองได้ ลองมาเตรียมตัวดูกันมั้ยว่า อยากจะให้จัดการร่างของเราแบบไหนดี

กดโหวตคะแนนถ้ามีบทความนี้ประโยชน์กับคุณ
[Total: 2 Average: 5]