fbpx

พิธีเก็บกระดูก มีขั้นตอนและสิ่งที่ต้องเตรียมตัวอย่างไร? (สรุปละเอียด)

พิธีเก็บกระดูก

ในพิธีสงฆ์ทางพระพุทธศาสนา จะถือว่างานศพจะเสร็จสิ้นลงหลังจากการฌาปนกิจ ซึ่งโดยปกติถือเป็นงานวันสุดท้ายของงานศพ แต่จริง ๆ แล้วหลังจากการทำเผาร่างผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีพิธีต่อเนื่องอีก 2 อย่าง นั้นก็คือ พิธีเก็บกระดูก และ การลอยอังคาร ซึ่งพิธีเก็บกระดูกนั้นยังจำเป็นต้องประกอบพิธีภายในวัดจนเสร็จซึ่งเราจะมาทำความรู้จักกับพิธีเก็บกระดูกที่มีขั้นตอนต่าง ๆ และอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมให้พร้อมเพื่อจะทำพิธี ว่ามีอะไรกันบ้าง เพื่อให้ไม่พลาดเวลาจะต้องจัดเตรียมพิธีเก็บกระดูก

 

พิธีเก็บกระดูก หรือ พิธีเก็บอัฐิ

เป็นการทำบุญให้กับกระดูกของผู้เสียชีวิต และเพื่อให้พิธีครบถ้วนสมบูรณ์จะมีขั้นตอนการปฏิบัติและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมมาเพื่อทำพิธีและเก็บอัฐิ โดยเจ้าภาพต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทางวัดให้ทราบก่อน ซึ่งพิธีเก็บกระดูกนั้นสามารถทำได้ 2 แบบนั้นก็คือ

1.ทำพิธีเก็บกระดูกในวันที่ทำการฌาปนกิจ

ซึ่งมักจะใช้ในงานฌาปนกิจที่ต้องการรวบรัดงานให้จบภายในวันเดียวกันกับวันเผาซึ่งมักจะเริ่มพิธีในช่วงหัวค่ำหลังจากเสร็จการฌาปนกิจเรียบร้อยแล้ว ถือเป็นการจบงานภายในวัน

2.ทำพิธีเก็บกระดูกในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น

เป็นการจัดทำการเก็บอัฐิที่มักนิยมทำกันทั่วไป โดยจะทำการเก็บกระดูกของผู้เสียชีวิตในตอนเช้าวันรุ่งขึ้นและมีการทำบุญอัฐิโดยจะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีด้วย

 

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมเพื่อใช้ทำบุญอัฐิ

  • โกศสำหรับใส่อัฐิ
  • ผ้าขาว หรือ หีบไม้(สำหรับชาวไทย-จีน) สำหรับใส่อังคาร(ขี้เถ้า)ที่เหลือ
  • หากใช้หีบไม้จะใช้ผ้าขาวห่อหีบไม้อีกที
  • ผ้าสบง นำมาใช้ทอดบังสุกุล ก่อบเก็บอัฐิ
  • น้ำอบไทย
  • ดอกไม้ ดอกมะลิ สำหรับโปรยบนอัฐิ
  • อาหารคาวหวาน จัดในภาชนะสำหรับถวายพระ
  • ดอกไม้ธูปเทียน เครื่องไทยธรรม ตามจำนวนพระสงฆ์

สำหรับอุปกรณ์สามารถตรวจเช็คกับทางเจ้าหน้าที่วัดได้ ว่าต้องจัดเตรียมอะไรบ้าง เพราะในบางครั้งทางวัดอาจจะมีไว้ให้สำหรับทางเจ้าภาพแล้ว ควรสอบถามกับทางเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อจะได้ไม่ผิดพลาดหรือเตรียมมาซ้ำ

 

พิธีเก็บกระดูกและขั้นตอนอย่างละเอียด

เจ้าภาพจะต้องแจ้งทางเจ้าหน้าที่วัดเพื่อให้ทราบว่าต้องการจัดเก็บกระดูกในช่วงเย็นต่อกันเลย หรือว่า ต้องการจัดทำพิธีเก็บอัฐิในช่วงเช้าของวันถัดไปก่อนวันงานฌาปนกิจเพื่อทางวัดจะได้ตระเตรียมให้กับทางเจ้าภาพก่อน โดยจะมีการนิมนต์พระมาทำพิธี

โดยหลังจากการฌาปนกิจศพเรียบร้อยแล้ว จะเริ่มการทำพิธีโดยนิมนต์พระสงฆ์มาพิจารณา ทำพิธีบังสุกุลอัฐิ หรือที่เรียกว่า แปรรูป หรือ แปรธาตุ โดยสัปเหร่อจะทำเถ้ากระดูกทั้งหมดของผู้ตายมาจัดเรียงวางเป็นรูปคน ซึ่งจะวางหันหัวไปในทิศตะวันตกก่อน แล้วเมื่อพระสงฆ์ทำพิธี บังสุกุลตาย แล้วแปรธาตุนำเถ้ากระดูกหันหัวไปทางทิศตะวันและทำพิธีสวดบังสุกุลเป็น เปรียบเสมือนให้ผู้ตายได้ไปกำเนิดในภพภูมิใหม่อย่างสมบูรณ์

หลังจากนั้นจะนำเก็บอัฐิใส่โกศที่เตรียมมา โดยให้ทางเจ้าภาพเป็นผู้เก็บใส่โกศเอง โดยจะเก็บกระดูก 6 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

  1. กะโหลกศีรษะ 1 ชิ้น
  2. กระดูกแขนข้างละ 1 ชิ้น (2ชิ้น)
  3. กระดูกขาข้างละ 1 ชิ้น (2ชิ้น)
  4. ซี่โครงบริเวณหน้าอก 1 ชิ้น

รวมทั้งหมด 6 ชิ้น ไว้ในโกศซึ่งจะนำไปจัดเก็บต่อที่บ้าน หรือบรรจุไว้ที่วัดก็ได้ ตามแต่ความสะดวกของทางเจ้าภาพ

เมื่อเก็บอัฐิใส่โกศแล้ว ส่วนของอังคาร(ขี้เถ้า)ที่เหลือจะนิยมเก็บใส่ลงในผ้าขาวหรือหีบไว้ เพื่อนำไปลอยอังคารต่อไป และเมื่อเก็บอัฐิทั้งหมดเรียบร้อยแล้วจะมีการถวายอาหารคาวและหวานที่เตรียมไว้มาพิจารณาบังสุกุล ในปัจจุบันอาจจะถวายหลังกจากชักผ้าบังสุกุลแล้ว โดยจะประเคนบนเมนไปเลย ซึ่งการถวายอาหารคาวหวานจะทำในเฉพาะพิธีเก็บอัฐิช่วงเช้าเท่านั้น

สำหรับการเก็บอัฐิจะต้องทำการแจ้งเจ้าหน้าที่วัด ว่าต้องการทำการบรรจุอัฐิไว้ที่ไหน หากต้องการไว้ที่วัดทางวัดจะได้เตรียมที่ไว้ให้สำหรับการบรรจุอัฐิ ซึ่งการบรรจุอัฐิไว้ที่วัด บางวัดอาจจะบรรจุไว้ในเจดีย์ พระปรางค์ หรือ ตามผนัง กำแพงวัด  ซึ่งจะต้องทำการตกลงกับทางวัดก่อนหากต้องการบรรจุอัฐิไว้ในวัด เมื่อเสร็จสิ้นพิธีทุกอย่างแล้ว ทางเจ้าภาพจะต้องนำอัฐิไปลอยอังคารต่อไป

สำหรับ พิธีการเก็บกระดูก นั้น ถึงแม้ว่าจะมีขั้นตอนรายละเอียดและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมอยู่พอสมควร แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งพิธีสำคัญสำหรับงานศพแบบชาวพุทธที่นิยมทำ เปรียบเสมือนเป็นการส่งผู้ตายไปยังภพภูมิถัดไปอย่างสมบูรณ์

กดโหวตคะแนนถ้ามีบทความนี้ประโยชน์กับคุณ
[Total: 3 Average: 5]